.o0^+^0o.E-a-R-...'s profile*+..+* Gu - EaRn - KuB *...PhotosBlogListsMore Tools Help

*+..+* Gu - EaRn - KuB *+..+*

*+.*+.{{-->>ขoIIค่รัAInoข้าJIดีEว ก้oยัJดี<<--}}*+.*+.
Photo 1 of 61

.o0^+^0o.E-a-R-n.o0^+^0o.

Occupation
Location
Interests
เป็นคนง่าย เรื่อยๆ สบายๆ นิสัยดี
บ้าๆ บอๆ

Windows Media Player

October 06

ไม่ว่าง

ขอโทดนะ ที่ช่วงนี้ไม่ได้อัพเอด Space อ่ะ
 
ช่วงไม่คอยว่าง เด๋วต้องไปเรียนพิเศษอีก
 
เซงๆๆๆ ก้อของฝาก วง Big Bang จากประเทศเกาหลี
 
ถ้าอยากรู้จักว่าพวกเขาเปงมายังก้อเข้าไปในเว็บ www.bigbangthailand.com นะ
July 27

ประวัติ Avril Lavigne


วันเกิด : วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2527
ซิงเกิ้ลดังที่สุด : คอมพลิเคทิด ( Complicated ) พ.ศ. 2545
แผ่นแอลพีดังที่สุด : เล็ท โก ( Let Go ) พ.ศ. 2545

ฉันจะเป็นตัวของตัวเอง ฉันเขียนอย่างที่ฉันรู้สึก ฉันไม่เคยกังวลว่าใครจะคิดยังไง อาวริล ลาวีน ( Avril Lavigne )

อาวริล ลาวีน ( Avril Lavigne ) โดดเด่นและได้รับความนิยมอย่างท่วมท้นในวงการดนตรีร็อคตั้งแต่ฤดูร้อนปี พ.ศ. 2545 ด้วยผลงานเพลงแรก คอมพลิเคทิด ( Complicated ) ซึ่งปรับเปลี่ยนทางของดนตรีป็อบให้เป็นไปในมิติที่แตกต่างจากเดิม ลาวีน ( Lavigne ) ในวัย 17 ปี ขณะนั้นดูเหมือนจะไม่แยแสกับกระแสเพลงป็อบครองเมือง และด้วยความมั่นใจเช่นนั้นเองก็ทำให้ความเป็นดวงดาวจรัสแสงในตัวเธอเปล่งประกายออกมา

ลาวีน เป็นลูกคนกลางในบรรดาพี่น้อง 3 คน ของครอบครัวในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ นาพานี ใน ออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ความมุ่งมั่นในดนตรีร็อคของหนูน้อยเป็นที่จับตามองของผู้คนทั่วไปตั้งแต่อายุประมาณ 2 ขวบ และก่อนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นตอนต้นเล่นกีต้าร์และเขียนเพลงไว้มากมาย ทั้งวงประสานเสียงของโบสถ์ งานเทศกาลและ งานเฉลิมฉลองท้องถิ่นต่างเปิดเวทีให้สาวน้อยวัยสดใสคนนี้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่ และโชคดีที่บุคคลสำคัญของ อริสต้า เร็คคอร์ดส แอนโตนิโอ แอล.เอ. รีด คือ หนึ่งในผู้ที่ได้ฟังน้ำเสียงของ ลาวีน จึงยื่นข้อเสนอในการทำผลงานเพลง และทำให้เส้นทางความฝันบนถนนดนตรีของสาวน้อยวัย 16 ปี เป็นจริง

ด้วยความช่วยเหลือของ รีด และการได้อาศัยในอพาร์ทเม้นท์ใหม่ ณ แมนฮัตตัน ลาวีน พบว่าตนเองอยู่ท่ามกลางบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยนักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์มือฉกาจ แต่นั่นหาได้เป็นความน่าประทับใจที่เพียงพอสำหรับสาวน้อยคนนี้ในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีต่อไป ลาวีน มักเชื่อมั่นในความคิดของตนเองสำหรับการจุดประกายความสร้างสรรค์ทางดนตรีและการคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งนั่นไม่ได้เป็นสิ่งที่เป็นไปตามแผนงาน แม้ ลาวีน จะไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไร แต่ได้ตัดสินใจมุ่งหน้าต่อไปยัง ลอส แองเจลลิส และ เน็ตเวิร์ค จึงคว้าตัวเธอเอาไว้ได้ในที่สุด คลิฟ แม็กเนสส์ โปรดิวเซอร์/นักแต่งเพลง ให้กับ เซลีน ดิออน, วิลสัน ฟิลลิปส์, ชีนา อิสตัน ได้ปรับเสียงแต่งทำนองเพลงของ ลาวีน และ เล็ท โก ( Let Go ) ก็เป็นเพลงแรกที่ได้รับการปรับแต่งขึ้นใหม่ ซิงเกิ้ลต่าง ๆ เช่น คอมพลิเคทิด และ สเก็ทเทอร์ บอย ( Sk8er Boi ) ต่างทะยานขึ้นสู่อันดับเพลงฮิตท็อปเท็น ขณะที่ แอม วิธ ยู ( I’m With You) และ ลอสซิ่ง กริพ ( Losing Grip ) ก็กลายเป็นเพลงทางคลื่นวิทยุ บุทช์ วอล์คเกอร์ (Butch Walker) แห่ง วงเดอะ มาร์เวลลัส 3 (The Mavelous 3) เรน ไมด้า (Raine Maida) นักร้องนำของ วงอาวเวอร์ เลดี้ พีซ ( Our Lady Peace ) และ ดอน กิลมอร์ ( Don Gilmore ) แห่ง ลินคิน พาร์ค (Linkin Park) และ กู๊ด ชาร์ล็อตต์ (Good Charlotte) เซ็นสัญญาร่วมกันโปรดิวซ์ผลงานชุดที่ 2 ของ ลาวีน และ Under My Skin ปรากฏสู่สายตาแฟนเพลงในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2547

เป็นตัวของตัวเองอย่างไม่เกรงใจใคร โดนใจคนฟังอย่างจัง คือ คำนิยามของผลงานเปิดตัวที่มีชื่อว่า เล็ท โก
(Let Go) ในปี พ.ศ. 2545 เนื้อเพลงในชุดนี้สร้างความมั่นใจให้หญิงสาวรุ่นใหม่ ประกอบกับท่วงทำนองดนตรีที่ผู้ฟังชอบใจ จนยอดจำหน่ายพุ่งไปถึง 14 ล้านแผ่น และยังได้เข้าชิง รางวัลแกรมมี่ 8 รางวัล สาวน้อยคนนี้กลับมาเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนเพลงทั่วโลกอีกครั้งกับผลงานชุด Under My Skin แต่ถ้าผู้ฟังคิดว่าจะได้เห็น ลาวีน ในแบบเดิม ๆ ล่ะก็ คงต้องผิดหวังแน่นอน เพราะเธอไม่ใช่คนที่จะหยุดนิ่งเพียงเพราะเคยประสบความสำเร็จมาแล้ว

Under My Skin ประเดิมด้วยเพลงสุดเจ๋งอย่าง Take Me Away และ Together ซึ่งนำทางมาสู่เพลงที่มีท่อนบรรเลงกีตาร์สุดมัน และเนื้อเพลงติดหูอย่าง Don't Tell Me ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับพลังความแข็งแกร่งของผู้หญิง เสริมต่อจากเพลง คอมพลิเคทิด ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีเพลงที่ใช้กีตาร์ 3 คอร์ดอย่าง He Wasn't เพลงจังหวะสนุกที่มีเนื้อหาในแง่บวกอย่าง Who Knows และ Freak Out สำหรับคนที่ชอบทำนองและเนื้อหาหนัก ๆ ตามด้วยเพลงอารมณ์เศร้าอย่าง Forgotten และ Nobody's Home ทั้ง 2 เพลงนี้เผยให้เห็นภาพของ ลาวีน ในแง่มุมที่เศร้าหมอง

สาวน้อยแห่งเมืองนาพานีกล่าวว่า ...2 ปีที่ผ่านมานี้รู้ว่าตัวเองโตขึ้นมาก ได้พบและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ประสบการณ์ทั้งดีและร้าย เพลงในงานชุดนี้จะบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมา... โดยการร่วมมือกับโปรดิวเซอร์อย่าง บุท์ช วอล์คเกอร์
( Butch Walker ) แห่ง วงมาร์เวลลัส 3 ( Marvelous 3 ) เรน ไมด้า ( Raine Mida ) แห่ง วง Our Lady Peace และ ดอน กิลมอร์ ( Don Gilmore ) แห่ง วงลินคิน พาร์ค ( Linkin Park ) และ เพิร์ล แจม ( Pearl Jam ) ทั้งยังเขียนเพลงหลายเพลงในผลงานชุดนี้ด้วย พร้อมเล่าให้ฟังต่อว่า ...ตอนกลับมาที่โตรอนโตจากการทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป ไม่มีใครรู้หรอก หลายคนสงสัยว่าคงหมดเรื่องใช้เขียนเพลงแล้ว แต่จริงๆ มีอะไรให้เขียนอีกเยอะเลย...

หลังจากที่ได้รับประทานอาหารกลางวันกับเพื่อนนักร้อง-นักแต่งเพลงชาวแคนาดา ชองทาล คีฟเวียซุค ( Chantal Kreviazuk ) ทั้งสองเริ่มสนิทกันและร่วมกันแต่งเพลง ผลงานของทั้งคู่ไปได้สวยทีเดียว ...มีอยู่คืนหนึ่งเรานัดแต่งเพลงกัน มารู้ตัวอีกทีเราก็ได้เพลงมาหนึ่งเพลงแล้ว ไม่มีใครรู้หรอกว่าตอนนั้นฉันทำอะไรอยู่... ลาวีน กล่าว สองคู่หูเขียนเพลงอีกหนึ่งเพลงในเวลาต่อมา ...เราแต่งเพลงได้ 12 เพลง ภายในเวลา 2 อาทิตย์แน่ะค่ะ... ไฟของ ลาวีน และ ชองทาล ( Chantal ) กำลังลุกโชน และในฤดูร้อนนั้นเอง ลาวีน ย้ายไปอยู่กับ ชองทาล ( Chantal ) และ เรน ไมด้า ( Raine Maida) สามีของ ชองทาล ( Chantal ) ที่บ้านใน มาลิบู ( Malibu ) เพื่ออัดเสียง ...ตอนนั้นเพิ่งจะกลับมาจากการทัวร์คอนเสิร์ตได้ 2 อาทิตย์เท่านั้น แต่ก็พร้อมอัดเสียงผลงานชุดใหม่แล้วค่ะ... ลาวีน กล่าว

บรรยากาศสบาย ๆ ในแคลิฟอร์เนียเป็นสิ่งที่ ลาวีน ต้องการพอดี เพราะบรรยากาศเช่นนี้ช่วยให้หลีกหนีจากชีวิตที่วุ่นวาย ...มีความสุขมากเลยตอนอยู่ที่นั่น มีความเป็นส่วนตัวและมีอิสระ มิตรภาพกับชองทาลก็แน่นแฟ้นมากขึ้นด้วยค่ะ... ทั้งคู่ทำเพลงในสตูดิโอกันทั้งคืน ตอนกลางวัน ลาวีน ขับรถชมเมืองโดยที่ไม่มีใครมาตามถ่ายรูป ขอสัมภาษณ์ และไม่มีความกดดันใด ๆ ทั้งสิ้น เพลงส่วนมากในชุด Under My Skin บันทึกเสียงที่สตูดิโอในบ้านของ เรน ( Raine ) โดยที่ไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย ส่วนเพลงที่เหลือได้มือกีตาร์ของ ลาวีน เอวาน โทเบนเฟลด์ ( Evan Toubenfeld ) มาร่วมเขียน และยังได้มือกีตาร์คนเก่าของ วงเอฟวาเนสเซนส์ ( Evanescence ) เบน มู้ดดี้ ( Ben Moody ) มาแต่งให้อีก 1 เพลง และบันทึกเสียงในสตูดิโอแถว ๆ นั้น ...ครั้งนี้ได้มีส่วนร่วมในทุก ๆ ขั้นตอนของการทำผลงานชุดนี้ เรียกได้ว่าลงมือทำเองเลยล่ะค่ะ คือรู้ว่าตัวเองต้องการให้เสียงกลอง เสียงกีตาร์ และรูปแบบของเพลงออกมาเป็นแบบไหน และจากประสบการณ์การทำเพลงในผลงานชุดที่แล้วทำให้เข้าใจกระบวนการการทำเพลงดีขึ้นมาก จึงพิถีพิถันมากกับซาวด์ของเพลงที่ออกมาค่ะ... ลาวีน กล่าว

หากจะให้เลือกว่าชอบเพลงไหนที่สุดใน 12 บทเพลงที่ทำเองกับมือเป็นเรื่องยาก เพลงทุกเพลงมีคุณค่าต่อฉันมาก แต่ถ้าให้เลือก ชอบเพลง Together มากที่สุด เพลงนี้พูดถึงความสัมพันธ์ของคู่รักที่ต่างฝ่ายก็รู้ว่าคงไปด้วยกันไม่ได้ สรุปคร่าวๆ ก็คือเพลงนี้ร้องว่า เราคงมาถึงทางตันแล้วล่ะที่รัก นอกจากนี้ยังมีอีก 2 เพลงที่พูดถึงความสัมพันธ์ที่กำลังเกิดรอยร้าว และมีท่อนฮุคที่ติดหูพอ ๆ กับ Complicated และเพลงที่แต่งให้รู้สึกเหมือนกับการบรรยายจากชีวิตจริงอย่าง สเก็ทเทอร์ บอย แต่เพลงที่สามารถเห็นการเติบโตทางดนตรีของสาวน้อยคนนี้อย่างชัดเจน คือ เพลงที่มีความหมายในแง่บวกอย่าง Who Knows และ Take Me Away สาวน้อยผู้ที่เคยถูกมองว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้ายตลอดมากล่าวยอมรับว่า “ฉันว่าตอนนี้การมองโลกของฉันเปลี่ยนไปแล้ว ส่วนเพลงบรรเลงของเปียโนอย่าง Together และ Forgotten แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและความเปลี่ยนแปลงของ ลาวีน นับตั้งแต่ออกผลงานชุด Let Go ได้เป็นอย่างดี รู้สึกดีมากกับสิ่งที่กำลังทำอยู่และเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีค่ะ” ลาวีน ค้นพบความอ่อนหวานแบบผู้หญิงในตัวที่มาช่วยลบภาพลักษณ์ทอมบอยแล้ว “ออกจะเป็นผู้หญิงเต็มตัว เป็นคนโรแมนติกอย่างเหลือเชื่อ และก็เป็นคนหัวโบราณมากจนน่าแปลกใจด้วยล่ะค่ะ” ลาวีน กล่าวพร้อมหัวเราะ “นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขียนเพลงที่มีเนื้อหาว่าจะไม่ยอมทิ้งความเป็นตัวเองเพื่อผู้ชายหน้าไหนในเพลง Don't Tell Me ไงคะ ตื่นเต้นที่จะออกทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้ง ดีใจมากที่จะได้ร้องเพลงใหม่ รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและตื่นเต้นมากที่จะได้ทำอะไรสนุก ๆ อีกครั้งค่ะ

ทั้งประสบการณ์แง่บวกหรือแง่ลบตลอดระยะเวลา 2 ปี แห่งการเป็นร็อคสตาร์ทำให้ทัศนคติของ ลาวีน เปลี่ยนไปทำให้สาวน้อยคนนี้รู้จักคำว่า พอดี เพลงในผลงานชุด Under My Skin ลึกซึ้งกว่า Let Go มาก แต่ไม่ว่ายังไงก็ยังชอบเพลงป็อปอยู่ดีแหละค่ะ ก็เป็นแค่คน ๆ หนึ่งที่รักการเขียนเพลงและการร้องเพลง ชอบที่จะสนุกไปกับเสียงดนตรี และอยากให้ดนตรีเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตตลอดไปค่ะ...

ลาวีน สาวน้อยที่มีเสียงใสๆ เป็นพรสวรรค์ติดตัว และยังสามารถถ่ายทอดอารมณ์และความกระตือรือร้นของวัยรุ่นออกมาเป็นบทเพลงไพเราะติดหูได้อีก เชื่อได้เลยว่า Under My Skin จะกระชากใจผู้ฟังแน่นอน

ผลงานเพลงของ อาวริล ลาวีน

Let Go
วางแผง : มิถุนายน พ.ศ. 2545
รางวัล : แผ่นเสียงทองคำขาว 6 รางวัล ในสหรัฐอเมริกา
อันดับสูงสุดในบิลบอร์ด : # 2
คำวิจารณ์ในนิตยสารโรลลิ่งสโตน : ***

Under My Skin
วางแผง : พฤษภาคม พ.ศ. 2547
ในสหรัฐอเมริกา : แผ่นเสียงทองคำขาว
อันดับสูงสุดในบิลบอร์ด: # 1